CORPORATE LESSON 3

posted on 30 Nov 2006 23:54 by eeg9guy in Life

CORPORATE LESSON 3

บทที่ 3 อันเป็นบทสุดท้ายมาให้ท่านได้ทัศนากันแล้วครับ

A little bird was flying south for the winter.
มีนกตัวน้อยๆ ตัวหนึ่ง กำลังบินมุ่งหน้าไปทางขั้วโลกใต้ เพื่อที่จะไปอาศัยอยู่ในอากาศที่เย็น 
It was so cold, the bird froze and fell to the ground in a large field.
เมื่อถึงถิ่นที่มีอากาศเย็นเข้าจริงๆ เจ้านกกลับไม่สามารถกางปีกบินต่อไปได้ จึงตกไปยังพื้นซึ่งเป็นทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ 
While it was lying there, a cow came by
ในขณะที่นกน้อยกำลังนอนหนาวเหน็บอยู่นั้น ก็มีวัวตัวหนึ่งเดินเข้ามาหา 
and dropped some dung on it.
และถ่ายอุจจาระรดเข้านกน้อยนั้น 
As the frozen bird lay there in the pile of cow dung, it began to realise how warm it was. The dung was actually thawing him out!
ในขณะที่เจ้านกน้อยนอนหนาวเหน็บอยู่บนกองอุจจาระของเจ้าวัวนั้น เจ้านกน้อยก็เริ่มจะรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น เพราะอุจจาระของเจ้าวัวนี่เอง ที่ทำให้เจ้านกน้อยหายหนาว 
He lay there all warm and happy, and soon began to sing for joy.
เจ้านกน้อยนอนอยู่บนกองอุจจาระอย่างรู้สึกสบายและมีความสุข และในไม่ช้า นกน้อยก็เริ่มขับขานทำนองร้องเพลง 
A passing cat heard the bird singing and came to investigate.
บังเอิญมีแมวตัวหนึ่งเดินผ่านมา และได้ยินเสียงนกกำลังร้องเพลงอยู่ จึงย่องเข้ามาใกล้ๆ เพื่อสังเกตุการณ์ 
Following the sound, the cat discovered the bird under the pile of cow dung, and promptly dug him out and ate him!
เมื่อเจ้าแมวตามเสียงมาจนพบว่า มีนกอยู่ใต้กองอุจจาระของวัว มันก็ทำการเขี่ยเจ้านกออกจากกองอุจจาระ แล้วกินเจ้านกเป็นอาหาร 
The morals of this story are:
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า... 
1) Not everyone who drops shit on you is your enemy. คนที่อุจจาระรดคุณ อาจไม่ใช่ศัตรูของคุณซะทุกคนหรอก 
2) Not everyone who gets you out of shit is your friend. คนที่มาช่วยคุณ ออกมาให้พ้นจากกองอุจจาระ ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นมิตรแท้กับคุณซะทุกคนอีกเช่นกัน 
3) And when you're in deep shit,
keep your mouth shut และข้อสุดท้าย ถ้าคุณกำลังจมดิ่งอยู่ใต้กองอุจจาระ (หรือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด) อย่าเผยอปากพูดออกมาเป็นดีที่สุด 
เฉียบนะครับแต่ละเรื่องเนี้ยยยยยยยยยยยย

Comment

Comment:

Tweet

เป็นเรื่องที่อ่านแล้วดี ขอบคุณที่นำมาให้อ่าน

ปล.ลองทำให้ตัวหนังสือมันอ่านง่ายขึ้นหน่อยไหม มันใหญ่อยู่เหมือนกันนะ
หรือน้องอาจจะถนัดแบบนี้ ก็ไม่ว่าอะไรจ้า นำเสนอหนะ
โหเพ่ ข้อสามนี่ สุดยอดเลยครับ โดนกับตัวเอง เลย เฮ้ออออ
อุ๊ยโหย๋

มันช่างลึกลับซับซ้อนและเหม็นอุนจิ (อย่างที่เฮียจั่นบอก) จริงๆนะคะ

#2 By Hongfha on 2006-12-01 17:10

แหวะ เหม็นอุนจิ
ได้ข้อคิดดีนะ โลกแห่งความจริงก็เงี้ยล่ะ

หินทิเบตมีตั้งแต่ ร้อย สองร้อย ถึงเป็นแสน เป็นล้านบาทเลยล่ะ

ยิ่งเก่าหลายพันปี ยิ่งแพง

ที่ขายตามจตุจักร์กับร้านทั่วไปมักราคา 200-300 บาท น่าจะทำจากไต้หวันกับจีน ต้องดูดีๆ บางทีเป็นแก้ว หรือ เรซิน

ที่เฮียซื้อก็ต้องใช้กล้องดูพระส่องดูน่ะ
ราคาไม่ใช่ประเด็น ถ้าลายสวย ถูกใจซื้อเลย

#1 By จั่นเจา on 2006-12-01 14:34